2007/Feb/01

Web E-Learning

วิชา วิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพ

สอนโดย

ครูเพ็ญวลัย สุทธิวรวรรณ

ยินดีต้อนรับเข้าสู่...เวปบล๊อคเพื่อการศึกษา

วิชาวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพ

จัดทำโดย นางสาวฉัตรทิพย์ ทนุดำรงค์

ชั้นม.6/14 เลขที่ 41

โรงเรียนบดินทรเดชา(สิงห์ สิงหเสนี) ๒

เวปบล๊อคนี้ทำขึ้นรวบรวมความรู้ของวิชา

วิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพแล้วนำมาสรุปรวมเข้าด้วยกันในแต่ละภาคเรียน

ท่านสามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลหรือทดสอบแบบฝึกหัด

ได้ตามลิงค์ทางซ้ายมือ หรือว่าจะศึกษาก่อนได้

โดยเข้าไปที่คอลลัมภ์ Category แล้วเลือกเทอม 1 และ เทอม 2

เลือกเรียนตามแตละภาค เมื่อเรียนเสร็จแล้วมาทำแบบทดสอบ

ความรู้ที่ลิงค์ข้างล่างทางซ้ายมือได้เลยนะจ๊ะ

อ่านดีๆล่ะ แล้วจะรู้ว่ามัน...ไม่อยากเลย

โอ๊สสสไปทำกันเล้ยยย!!!


2007/Jan/31

พืชสมุนไพร

ดอกสะเดา สะเดา เป็นไม้ยืนต้นขนา

ดกลาง ขึ้นได้ในป่า หรือปลูกไว้ตามบ้าน ดอกออกเป็นช่อสีขาว ทุกส่วนของสะเดามีรสขม นำยอดอ่อนและดอกสะเดาลวกน้ำร้อน 2 ครั้ง เพื่อให้หายขม ปัจจุบันเราสามารถรับประทานสะเดาได้ตลอดทั้งปี โดยใช้ยอดอ่อนรับประทานแทนดอกรสชาดอร่อยพอกัน
สรรพคุณทางยา ทุกส่วนของสะเดาสามารถนำมาทำเป็นยาได้ ดอกบำรุงธาตุ ผลถ่ายพยาธิ รักษาริดสีดวงทวาร ก้านและใบแก้ไข้ได้ทุกชนิด บำรุงธาตุ ใบและเมล็ดมีสาร Azadirachtin มีฤทธิ์กำจัดเห็บ หมัด และไร


ดอกกุยช่าย มีกลิ่นแรงใบเรียวยาวแบนๆ กินได้ทั้งดอก ก้านดอกและใบ กินนิยมกินดอกตูม ให้ผลผลิตได้ตลอดปี ปลูกได้ทุกภาคทั้วประเทศ

สรรพคุณทางยา สารอัลลิซิน ในดอกและใบกุยช่ายช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ลดความดันโลหิต ป้อง

กันโรคมะเร็งหลายชนิด

ดอกกะหล่ำ เป็นพืชล้มลุกมีลำต้นเป็นกอ ดอกย่อยสีเหลืองอ่อนเกาะตัวแน่นเป็นก้อน นิยมกินส่วนที่เป็นดอก เจริญเติบโตได้ดีในฤดูหนาวประมาณเดือนตุลาถึงเดือนมกราคม

สรรพคุณทางยา ช่วยยับยั้งการก่อตัวของเซลล์มะเร็ง มีวิตามิน C สูงช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน ช่วยป้องกันโรคหวัด

ดอกฟักทอง เป็นพืชล้มลุกไม้เลื้ยไปตามดินผลแตกต่างไปตามพันธุ์

สรรพคุณทางยา ป้องกันโรคมะเร็งเมล็ดฟักทองป้องกันไม่ให้ต่อมลูกหมากโต ป้องกันและรักษาโรคนิ่ว โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ช่วยขับพยาธิ

ดอกโสน เป็นไม้พุ่มล้มลุกชอบขึ้นตามที่ลุ่มมีสีเหลืองบางดอก มีกลิ่นหอมอ่อนๆดอกและใยกินได้รสขมเล็กน้อย ออกดอกในช่วงปลายฝนฤดูประมาณเดือกันยายนถึงเดือนตุลาคม

สรรพคุณทางยา ดอกโสนใบ ทำยาไว้พอกแผล ใช้แก้พิษร้อน ถอนพิษแมลงสัตว์กัดต่อย ดอกโสนสมานลำไส้ รากแก้ร้อนใน แกกระหายน้ำ

ดอกขจร ดอกขจรเป็นไม้เถาล้มลุกเลื้อยขึ้นข้างหรือพันตามต้นไม้ใหญ่

ออกดอกเป็นช่อ

สรรพคุณทางยา รากนำมาบดผสมกับยาหยอดรักษาตา แก้ตาอักเสบ บำรุงตับ ขับเสมหะ แก้โลหะเป็นพิษ ทำให้อ่าเจียน

ดอกขี้เหล็ก เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ออกดอกเป็นช่อใหญ่ ดอกสีเหลือง ดอกยอดอ่อนกินได้มีให้กินตลอดปี มีรสขม ขึ้นทั่วไปตามทุ่งนา

สรรพคุณทางยา ดอกแก้หืด บำรุงประสาท ใบอ่อนมีฤทธิ์เป็นยาระบาย ช่วยขับปัสสาวะ แก้นิ่ว และมีสารสกัดแอลกอฮอล์ซึ่งมีฤทธิ์ระงับประสาทได้ดี ช่วยให้นอนหลับและระงับอาการตื่นเต้นทางประสาทได้

ดอกหัวปลี ดอกหัวปลีกล้วยเป็นพืชล้มลุกลำต้นสูง ใช้ทำงานหรือ

กินได้ทั้งต้น

สรรพคุณทางยา แก้โรคกระเพาะ แก้โรคลหิตจาง ลดน้ำตาลในเลือด รักษาโรคเบาหวานมีวิตามิน A สูง

* เรียนเสร็จแล้วอย่าลืมไปทำแบบฝึกหัดทบทวนความรู้กันนะจ๊ะ*

2007/Jan/31

การถนอมอาหาร

ารถนอมอาหารหมายถึงวิธีใดๆก็ตามที่ทำให้เก็บอาหารไว้บริโภคได้นานกว่าธรรมดาโดยที่อาหารนั้นยังคงสภาพดี ไม่เกิดการสูญเสียทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ ทำให้มีอาหารบริโภคทั้งในยามปกติและในยามขาดแคลน

สาเหตุ ที่มีการถนอมกาหารคงเนื่องมาจากการมีอาหารมาก กินสดไม่ทัน หากปล่อยไวอาหารคงเสีย

อะไรทำให้อาหารเน่าเสีย อันเนื่องมาจากสาเหตุ

1.เกิดจากสิ่งมีชีวิต

-- พวกน้ำย่อย มีอยู่ในทุกที่ในสิ่งมีชีวิต

-- เชื้อรามักพบในอาหารหลายชนิด เชื้อราจะปล่อยสารอะฟลาทอกซิน เป็นพิษที่ทำลาย แต่เชื้อราบางชนิดก็ใช้ในการแปรรูปอาหารได้

-- แบคทีเรีย หรือพวกจุลินทรีย์

-- ยีสต์

2. เกิดจากวัตถุและปฏิกิริยาทางเคมี

3. เกิดจากสาเหตุอื่น

- การบรรจุพีบห่อ ทำไม่เรียบร้อย

- การขนย้ายไม่ถูกต้อง อาจมีการบุบสลายได้

- ภาชนะไม่เหมาะสม ไม่สะอาดพอ

- วิธีการใช้ไม่ถูกต้อง เช่น การใส่สารปรุงผิด

วิธีถนอมอาหารที่นิยมมีดังนี้

1. ตากแห้ง- มักจะเป็นเนื้อสัตว์แล้วตากให้แห้ง

2. รมควัน- เอาเนื้อสัตว์มาย่างให้แห้ง ใช้ไฟอ่อนๆและมีควันไฟด้วย

เช่นปลากรอบ

3. ใส่เกลือ- มักจะใส่ในเนื้อสัตว์เก็บหมักเอาไว้

4. กวน- ใช้กับผลไม้ ใส่น้ำตาลมาก เก็บได้หลายวัน

5. แช่อิ่ม- ใช้กับผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวมากๆ เพื่อเก็บเป็นของว่าง

6. ดอง- ส่วนมากใช้กับปลา กุ้งหอย ไข่ ผักผลไม้

7. บรรจุขวดหรือกระป๋อง- ที่ฆ่าแบคทีเรียเช่นเนื้อกระป๋อง ปลากระป๋อง ฯลฯ

8. ใส่ยากันบูด

9. แช่เย็น- การแช่ที่ดีสุดคือการแช่ในตู้เย็น

10. อาบรังสี- ใช้รังสีโคบอลท์-60 อาบอาหารเป็นการยืดอายุการเน่าเสียและการงอกของ พืช ผัก แต่ไม่เป็นผลอะไรต่อร่างกาย

สิ่งปนเปื้อนในอาหาร

สิ่งปนเปื้อนในอาหาร หมายถึง สิ่งที่ผสมอยู่ในอาหาร ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

1. อยู่ในอาหารตามธรรมชาติ สิ่งมีชีวิต พวกพืช และสัตว์บางชนิดเช่นเห็ดรา เมื่อรับประทานเข้าไปทำให้ถึงตายได้

2. เกิดจาการกระทำของมนุษย์

2.1 สารก่อมะเร็งมักจะอย฿บนนื้อปิ้งด้วยถ่าน อยู่ในอาหารจำพวก เนื้อย่าง หมูย่าง ไก่ย่าง

2.2 สารไนไตรท์ หรือ ไนเตรต แม้จะทำให้อาหารไม่บูดเน่าแต่สารมันจะเปลี่ยนไปเป็น ไนโตรซามีน

ก่อให้เกิดมะเร็งได้

2.3 ไข่พยาธิ หรือตัวอ่อนพยาธิ

2.4 บอแรกซ์ หรือ ผงกรอบ ทำให้อาหารกรอบยเช่นลูกชิ้น ไส้กรอก

2.5 เอนไซม์ ไทอามิเนส พบในปลาน้ำจืด จะทำลายวิตามิน B1 ทำให้เกิดโรคเหน็บชาได้

3. ยาฆ่าแมลง เช่น DDT สะสมไว้มากๆจะทำลายเซล์ตับและระบบประสาท

การลดปริมาณยาฆ่าแมลลงทำได้โดย

- แช่ผักในน้ำสะอาด 15 นาที จะลดสารพิษได้ร้อยละ 7-33

- ล้างโดยเปิดน้ำก๊อกให้ไหลผ่านเป็นเวลา 2 นาที ลดสารพิษได้ร้อยละ 54-63

- ล้างโดยใช้น้ำส้มสายชู ลดสารพิษได้ร้อยละ 0.5

- แช่น้ำผสมโซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต (ผงฟู) 1 ช้อนคาว ต่อน้ำอุ่น 4 ลิตร

นาน 15 นาที ลดสารพิษได้ร้อยละ 60-84


edit @ 2007/02/01 12:18:00